แม่มด
แม่มด คำว่า witch หรือแม่มดแผลงมาจากคำว่า wit ในภาษาแองโกลแซกซอน หมายถึง "to know" หรือ หยั่งรู้ ต้องการรู้ ดังนั้น แม่มดจึงหมายถึง พวกที่ต้องการศึกษาหาความรู้ (ในศาสตร์ลึกลับเหนือธรรมชาติ) อาจจะด้วยแนวทางที่มีคุณธรรมหรือชั่วร้ายก็ได้
ในคืนที่เยซูคริสต์ถูกตรึงกางเขน ชายผู้อยู่หลังแถวคือผู้ปลดปล่อย การที่จะเป็นแม่มด แต่เดิม แม่มดขาวส่วนใหญ่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง อาจจะมาจากความใกล้ชิดกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติ หรือจากคัมภีร์โบราณทางศาสนา แม่มดขาวบางคนอาจรับศิษย์สำหรับถ่ายทอดวิชา แต่ส่วนใหญ่แล้วจะไม่ ซึ่งตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับแม่มดดำ แม่มดดำส่วนมากจะยินดีรับศิษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ศิษย์ของแม่มด จะได้รับสิ่งตอบแทนคือ ได้รูปร่างหน้าตาที่มีเสน่ห์สำหรับเพศตรงข้ามทว่าใช่จะได้รับกันมาฟรีๆ นะ สิ่งที่ต้องแลกกับรูปร่างอันงดงามก็คือ การไม่สามารถมีทายาทได้ รางวัลของการเป็นแม่มดดำอีกอย่างก็คือ การมีอายุที่ยืนยาวเป็นร้อยๆ ปี ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มนต์ดำไม่ใช่ครรลองที่ถูกต้องตามธรรมชาติ แม่มดดำทุกคนมักจะพบกับจุดจบที่ทุเรศและทรมานเป็นส่วนใหญ่ อิซโซเบล ดาวดี (Isobel Dowdie) แม่มดสาวผู้อื้อฉาวแห่งสก็อตแลนด์ สมัยศตวรรษที่ 17 เปิดเผยถึงพิธีกรรมของแม่มดว่า ผู้ที่สมัครใจจะเป็นแม่มด ต้องไปยืนโดยที่เนื้อตัวเปล่าเปลือย ต่อหน้าพยานหลายคน (แม่มดในสมาคมนั่นเอง) โดยปฏิญาณตนว่า จะยอมเป็นข้ารับใช้ และขายวิญญาณ ให้กับซาตาน หรือมารร้ายจากโลกมืด ศาสดาของเหล่าแม่มดคือ ซาตาน ลูซิเฟอร์ เฮดิส ฮาเดส (แล้วแต่ตำนานของแต่ละนิกาย) แม่มดจะแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายๆ กลุ่มซึ่งเรียกกันว่า สมาคมแม่มด สำหรับสมาคมแม่มดดำ แม่มดสาวที่เข้ามาใหม่ จะได้เป็นแค่สมาชิกสมทบ เมื่อใดก็ตามที่สมาชิกถาวรตายลงจึงจะได้ขึ้นเป็นสมาชิกถาวรตามลำดับอาวุโส แม่มดดำแต่ละกลุ่มจะมีกัน 13 คน เพราะถือเป็นเลขของผู้บูชาความมืด เป็นเลขโชคร้าย ( มีที่มาจากว่า พระเยซูกับอัครสาวกมี 13 คน ในคืนสุดท้ายก่อนตรึงกางเขน ซาตานจึงโปรดปรานเลขนี้ ) กลุ่มแม่มดจะมาชุมนุมกันเดือนละครั้งในคืนวันเพ็ญ และรวมชุมนุมใหญ่แม่มดกลุ่มต่างๆ ปีละสี่ครั้ง ล้วนเป็นวันสำคัญทางศาสนาทั้งสิ้น ได้แก่ Candlemas วันที่ 2 ก.พ. Walpergist Night วันที่ 1 พ.ค. วันต้อนรับฤดูใบไม้ผลิ Rammas Day วันฉลองการเก็บเกี่ยวประจำปี และครั้งสุดท้าย ครั้งที่สำคัญที่สุดของปีคือ Halloween วันที่ 31 ตุลาคม (บางตำนานเรียกการชุมนุมของแม่มดนี้ว่า งานชุมนุม"สะบาโต") แม้ว่าคนทั่วไปจะมีความเกลียดและกลัวแม่มด แต่ของขลังของแม่มดก็มีอิทธิฤทธิ์ชะงัดนัก มีเรื่องเล่าว่า เส้นใยจากเชือกที่เพชฌฆาตใช้แขวนคอนักโทษ สามารถรักษาผิวหนังแตกหน้าท้องลายได้ชะงัดนัก สำหรับใครที่เบื่ออาการขี้บ่นของแม่ยายและภรรยา สามารถไปขอราที่ขึ้นบนหลุมฝังศพกับแม่มด มาผสมน้ำให้พวกหล่อนดื่ม จากนั้นแม่เจ้าประคุณทั้งหลายจะว่านอนสอนง่ายขึ้นอีกเป็นกอง สำหรับใครที่มีภรรยาชอบเที่ยว แม่มดก็มียาแก้ ยาที่ว่าคือขนเพชรของมัมมี่ รับรองกลายเป็นคนหงิมๆ อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนไปเลย กล่าวกันไปแล้วว่า ว่ากันว่า แม่มดมักจะไม่คำนึงถึงคุณธรรมใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงมีคนว่าจ้าง แม่มดก็จะจัดการ เชือด เหยื่อให้มีอันเป็นไปสมประสงค์ของผู้จ้าง วิธีการที่นิยมกันคือสร้างหุ่นจำลองขี้ผึ้งขึ้นมา จากนั้นก็เอาเข็มปักตามอวัยวะต่างๆ ทีละเล่มๆ ครบสิบสามเล่มเมื่อไหร่ก็เป็นอันตายเมื่อนั้น เชื่อว่าทุกท่านคงเคยได้ยินภาพลักษณ์ของแม่มดที่ติดตาเราดี มักเป็นหญิงแก่ แต่งกายด้วยชุดดำ มีความน่ากลัวและลี้ลับอยู่ในตัวเอง ชื่อของแม่มดก็บอกอยู่แล้วนะว่า ต้องเป็นผู้หญิงแน่นอน แถมเป็นผู้หญิงชนิดพิเศษ สามารถใช้เวทมนตร์คาถา ขี่ไม้กวาดเหาะไปมาได้ แถมยังแบ่งแม่มดออกเป็น แม่มดดำ-แม่มดขาว ลักษณะของเวทมนตร์ที่แม่มดใช้ และต้นสังกัดที่บรรดาแม่เจ้าประคุณแม่มดทั้งหลายสังกัดอยู่ต่างหาก แม่มดดำ คือพวกที่เคารพบูชา ซาตาน (Satan) และใช้เวทมนตร์ โดยอาศัยความช่วยเหลือ จากบรรดาภูตร้ายวิญญาณชั่ว สตรีชาวฝรั่งทั้งหลายที่ฝึกเวทมนตร์คาถาแนวนี้ นับเป็นแม่มดดำทั้งหมด ส่วน แม่มดขาว เป็นพวกที่นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิเหนือธรรมชาติ (Supreme being) หรือไม่ก็อาศัยความช่วยเหลือจาก นางฟ้า นักบุญ รวมไปถึงวิญญาณของผู้มีคุณธรรม จะว่าไป แม่มดก็เหมือนนักวิทยาศาสตร์ที่เอาแต่สนใจค้นคว้าทดลองเพื่อหาความรู้โดยไม่เลือกวิธีี และไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ความแตกต่างระหว่างแม่มดดำกับขาวคือ แม่มดขาวจะยึดศาสนาเป็นที่ตั้ง บางครั้งแม่มดขาวเองก็อาจก่อตั้งศาสนาสาขาใหม่ เพื่อชี้นำกลุ่มชน ให้ยึดหลักและแนวปฏิบัติที่ดีกว่าสำหรับชีวิต ตำนานพ่อมดแม่มดไปไกลถึงสมัยดึกดำบรรพ์ โดยเฉพาะสมัยกรีกโบราณซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยเทพนิยาย ในสมัยนั้นฐานะของพ่อมดแม่มด เป็นผู้ได้รับการนับถือ โดยยกย่องเป็น ผู้ที่ให้ความรู้, หมอรักษาโรค, ที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ หรือบางครั้งก็เป็นสื่อกลางกับเทพเจ้า จนต่อมาภาพพจน์ได้ตกต่ำลง ผ่านมาหลายทศวรรษความคิดก็เริ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะเมื่อ ฮอเรช กวีชาวโรมัน เขียนถึงแม่มด 2 ตนชื่อ คาดิเนีย และซากาน่า ฮอเรชได้บรรยายไว้ว่า เป็นหญิงชราที่น่าเกลียดน่ากลัว ฟัน ยื่น คางงุ้ม ใบหน้าขาวซีด ผมสกปรกยุ่งเหยิง ไม่สวมรองเท้า กำลังเก็บสมุนไพรอยู่ในป่าช้า และฉีกเนื้อลูกแกะออกเป็นชิ้นๆด้วยมือเปล่า พวกเธอทำคุณไสย ด้วยการเอาเทียนมาปั้นเป็นรูปของเหยื่อ และวิงวอนให้เทพธิดาแห่งนรก และนางปีศาจที่มีผมเป็นงูมาทำร้ายศัตรูของนางทั้งสอง จากนั้นงูและสุนัขนรกจำนวนมากก็ปรากฎตัวขึ้น ภูติผีปีศาจส่งเสียงโหยหวน รูปปั้นขี้ผึ้งถูกโยนไปในกองไฟ ไฟลุกโชน ภาคลักษณ์นี้จึงเป็นสิ่งที่ติดในความเข้าใจทุกคน จนทุกวันนี้นั่นเอง แม่มดดำจะบูชาซาตาน รวมทั้งคลุกคลีอยู่กับภูตผีตัวร้ายต่างๆ อย่างเช่น แพน เทพครึ่งอสูรแห่งดนตรี หรือ ลิลิธ ราชินีแห่งรัตติกาล (บางตำนานกล่าวว่า ลิลิธ (lilith) เป็นแม่ของปิศาจดูดปราณชีวิตชายหญิงที่ชื่อincubus และ succubus ซึ่งปิศาจทั้งสองตนนี้ ตัวชายจะดูดปราณชีวิตจากมนุษย์ผู้หญิง ส่วนตัวหญิงจะดูดปราณชีวิตจากมนุษย์ผู้ชาย เพื่อที่จะเอาไปเพิ่มพลังให้แก่มารดาของตน นั่นก็คือ ลิลิธ สำหรับการต่อกรกับลูซิเฟอร์ต่อไปในภายภาคหน้านั่นเอง)แม่มดดำมักจะหาความรู้ที่สลับซับซ้อนมากกว่าที่จะ แสวงหาความสงบแห่งจิตใจ ตามปกติแม่มดจะไม่สำแดงมนตราออกมาอวดใครง่ายๆ นอกจากมีเหตุสำคัญ หรือลองวิชา หรือหลุดแบบไม่ตั้งใจ บางทีการทำหุ่นขี้ผึ้งจำลองคนบางคน แล้วเอาเข็มจิ้มเล่นเพื่อให้ทรมานนั้น ของแม่มดดำ ก็หาได้เกิดจากความแค้นของแม่มดหรอก แต่เพื่อลองวิชาสนุกๆ เท่านั้น เป็นไงล่ะ ไฮโซล่ะสิ กว่าจะได้มาอัพบล็อก แง่ง เซ็ง พอละ จบ
การเรียนวิชาแม่มดจะเริ่มตั้งแต่อายุเท่าใดก็ได้ นับตั้งแต่แรกวัยสาวเป็นต้นไป ระยะแรกนั้นจะเริ่มจากคาถาง่ายๆ เช่น ใช้เวทมนตร์ทำเสน่ห์ สาปให้พืชผลเหี่ยวเฉาและเป็นโรค รวมถึงมองเห็นอนาคต (ที่ร้ายๆ) พอวิชาแก่กล้าขึ้นหน่อย ก็มาถึงทำให้ลอยตัวในอากาศ โดยใช้ไม้กวาดและไขมันของเด็กมารกทาตัว หรือเหาะโดยไม่ต้องอาศัยไม้กวาด ขั้นต่อไปก็แปลงร่างให้เป็นสัตว์ต่างๆ รวมไปถึงการฝึกคาถาขั้นสูงเพื่อให้มีอำนาจเหนือมนุษย์ทั่วๆ ไป ฝึกสำเร็จเมื่อไหร่จะเปิดรับศิษย์
ว่ากันว่า ความยากของการเรียนวิชาแม่มดนั้นมาจากการไม่มีตำรา ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรม สูตรยา หรือเวทมนตร์ ล้วนต้องถ่ายทอดกันแบบปากเปล่า ยิ่งแม่มดดำ กว่าจะเป็นแม่มดที่เก่งฉกาจได้ จำต้องอุทิศตนให้กับซาตานผู้เป็นนายแห่งความมืดเสียก่อนสมาคมแม่มด
ตำนานของชาวยุโรปกล่าวว่า ใครที่เกรงกลัวแม่มดสามารถหลบหลีกได้ ด้วยการอยู่แต่ในบ้าน โดยเฉพาะในคืนที่พระจันทร์เต็มดวง หรือคืนที่พวกแม่มดมีงานชุมนุมประจำปี แม้ว่าแม่มดดำทุกคนจะไม่รังเกียจ หากบุคคลภายนอกจะเข้าร่วมพิธีด้วย แต่มีกฏข้อบังคับอยู่ว่า สมาชิกร่วมงานทุกคนจะต้องเปลือยกายหมด ต้องบูชาซาตาน มีการดื่มกินกันอย่างมูมมาม ตลอดจนเสพสังวาสกับใครๆ ในกลุ่มอย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์แม่มดดำ แม่มดขาว